นักสืบสายน้ำ : เครือข่ายเยาวชนหมุนโลก

โรงไฟฟ้าบางปะกงชวนเยาวชน 39 คน จาก 3 โรงเรียน ในค่ายนักสืบสายน้ำ 3 วัน 2 คืน เรียนรู้สมดุลคาร์บอน ผ่านกิจกรรมนักสืบโรงไฟฟ้า สำรวจป่าชายเลน Blue Carbon และเกมตาชั่งคาร์บอน เพื่อร่วมสร้างบางปะกงที่ยั่งยืน #สิ่งแวดล้อม
: กิจกรรม นักสืบป่าชายเลน ประยุกต์ทักษะวิทยาศาสตร์ 101 มาช่วยกันสืบค้น บันทึก และถอดระหัสป่าชายเลนผ่านการปฏิบัติจริง

“ค่ายนักสืบสายน้ำ โรงไฟฟ้าบางปะกง” เป็นค่ายวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเล็ก ๆ ที่โรงไฟฟ้าบางปะกงจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อหนุนเสริมเยาวชนมาช่วยกันออกแรงหมุนโลกไปในทิศทางสร้างสรรค์ที่ควรจะเป็น ไม่ใช่ใช้ชีวิตไหลไปตามกระแสของโลกอย่างที่เป็นอยู่ เป้าหมายมิใช่แค่เพื่อตนเอง แต่เพื่อส่วนรวมและลุ่มน้ำบางปะกงที่ยั่งยืน

โดยเมื่อวันที่ 19-21 พฤศจิกายน 2569 ที่ผ่านมา ได้นำนักเรียนชั้น ม.4 จาก 3 โรงเรียนในพื้นที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา  ได้แก่ โรงเรียนพานทองสภาชนูปถัมภ์ โรงเรียนบางปะกงบวรวิทยายน และโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ จำนวนรวม 39 คน มาใช้ชีวิตจำลองอยู่ด้วยกัน

กิจกรรมหลักในค่าย แบ่งเป็น

หนึ่ง – เริ่มต้นกิจกรรมเรียนรู้ด้วย Share Vision “บางปะกงในฝัน“ จินตนาการถึงภาพในอนาคตของแม่น้ำบางปะกงที่เด็ก ๆ อยากเห็น วาดลงแผ่นกระดาษ เมื่อนำมาต่อกันจะได้เป็นแม่น้ำบางปะกงสายเดียวกัน เสมือนตั้งเป้าหมายในให้เด็ก ๆ ร่วมกำหนดทางเดินด้วยกัน

สอง – “นักสืบโรงไฟฟ้า” เปิดโลกพลังงานให้เด็ก ๆ ได้รู้จักโรงไฟฟ้าบางปะกงในฐานะผู้ผลิตพลังงาน เยี่ยมชมกระบวนการที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เรียนรู้การพัฒนาเทคโนโลยีผลิตพลังงานที่ช่วยบาลานซ์คาร์บอนจากกระบวนการผลิต

กิจกรรม “นักสืบป่าชายเลน” ช่วยกันสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพของป่าชายเลนที่มีส่วนสำคัญต่อการกักเก็บคาร์บอน สวมวิญญาณนักสืบเข้าไปเก็บหลักฐาน หาข้อมูล วิเคราะห์สิ่งที่พบเห็น เพื่อถอดระหัสและทำความเข้าใจกระบวนการกักเก็บคาร์บอน หรือ Blue Carbon ไปด้วยกัน

สาม – สำรวจพฤติกรรมประจำวัน เสมือนดึงให้เด็กๆ กลับมานั่งทบทวนว่าในแต่ละวัน เราปล่อยคาร์บอนออกสู่สิ่งแวดล้อมแค่ไหน และให้เรียนรู้เรื่องความสมดุล ระหว่างการปล่อย (footprint) และดูดกลับ (credit) คาร์บอนเข้าสู่ระบบนิเวศเพื่อคงสิ่งแวดล้อมที่ดี

สอดแทรกการ์ดเกม “ตาชั่งคาร์บอน” เกมสร้างสถานการณ์ และเงื่อนไขการใช้ชีวิตในค่าย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการวางแผนและตระหนักถึงการรักษาสมดุลระหว่าง เงิน และ ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นเครื่องมือสร้างการระลึกรู้ เพื่อนำสิ่งที่เรียนรู้ไปทำจริงในชีวิต ด้วยความรับผิดชอบในฐานะพลเมืองโลก ใช้ชีวิตอย่าง “ตั้งสติ” มีความตระหนักรู้ และรับผิดชอบ

สี่ – การแสดง พันธะสัญญาสายน้ำ ในระดับบุคคล เสมือนผลลัพธ์จากความรู้สึก ความเข้าใจจากการเรียนรู้ เพื่อนำไปสู่แรงบันดาลใจในการลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง ที่แต่ละคนสามารถเริ่มได้ทันที ถ้ามีกำลังก็ชวนเพื่อน ชวนครู มาร่วมเปลี่ยนไปด้วยกันเท่าที่เราทำได้ 

การเข้าค่ายเป็นอะไรที่สนุกสำหรับเด็ก ๆ ช่วงเวลา 3 วัน 2 คืน ที่เด็ก ๆ ได้จำลองการใช้ชีวิตเพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ ผ่านกิจกรรมสร้างความเข้าใจในปัญหาคาร์บอนชั้นบรรยากาศ ตั้งแต่ต้นเหตุที่มา ผลกระทบ สถานการณ์ และการจัดการเพื่อลดปัญหา โดยเริ่มจากตัวเอง

TAG : #นักสืบสายน้ำ #โรงไฟฟ้าบางปะกง #พันธะสัญญาสายน้ำ #ตาชั่งคาร์บอน #CarbonBalance #น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า #อยู่ดีกินดี #บางปะกง #อยู่ดีกินดีที่แม่น้ำบางปะกง #ทักษะชีวิต #มิตรภาพ #สิ่งแวดล้อม #ค่ายวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม

Share:

ท่ามกลางยุค "โลกเดือด" ที่สถานการณ์อากาศแปรปรวนรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว โรงไฟฟ้าบางปะกง จัดกิจกรรม
โครงการ “บรูดาน้อยผจญภัย” แอนิเมชั่น 5 เรื่อง
การ “ป้อน” เรื่องสิ่งแวดล้อมในวัยเด็ก สำคัญที่การออกแบบเนื้อหาและวิธีการให้สอดคล้องกับพัฒนาการของการรับรู้และเรียนรู้ด้วยความเข้าใจในพัฒนาการช่วงวัยเด็ก
“ผักบุ้งคั่วกะปิ” กับข้าวบ้าน ๆ ที่มีคุณค่าอาหารอย่างดี เส้นผักบุ้งเคี้ยวง่าย
ของว่าง หรือของกินแนมในสำรับอาหารที่ทำง่ายมาก ๆ แถมได้รสชาตินัวจากกะปิ มื้อนี้เชฟช้างขอเสนอ

ส่งข้อความถึงเรา

Tags
ท่ามกลางยุค "โลกเดือด" ที่สถานการณ์อากาศแปรปรวนรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว โรงไฟฟ้าบางปะกง จัดกิจกรรม "นักสืบสายน้ำ" ค่ายวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมล่าสุด ตอน "ตาชั่งคาร์บอน" ให้นักเรียน
โครงการ “บรูดาน้อยผจญภัย” แอนิเมชั่น 5 เรื่อง ความยาวเรื่องละ 5 นาที ผลิตโดย “เดอะมั้งสตูดิโอ”
การ “ป้อน” เรื่องสิ่งแวดล้อมในวัยเด็ก สำคัญที่การออกแบบเนื้อหาและวิธีการให้สอดคล้องกับพัฒนาการของการรับรู้และเรียนรู้ด้วยความเข้าใจในพัฒนาการช่วงวัยเด็ก
โลมาอิรวดีเป็นสัตว์ทะเลหายากที่อาศัยในแม่น้ำบางปะกง กำลังเผชิญภัยคุกคามจากการทำประมงและการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม เรียนรู้การอนุรักษ์และบทบาทของโลมาในระบบนิเวศปากแม่น้ำ
ปากแม่น้ำบางปะกง แหล่งน้ำกร่อยที่เป็นถิ่นอาศัยของโลมาอิรวดี โลมาหลังโหนก โลมาหัวบาตรหลังเรียบ และวาฬบรูด้า แต่จำนวนโลมาอิรวดีลดลงเหลือเพียง 22 ตัว จากภัยคุกคามทางสิ่งแวดล้อม การฟื้นฟูป่าชายเลน
คนบางปะกงใช้ความรู้จากความเข้าใจธรรมชาติเพื่อจัดการชีวิตทั้งเรื่องการอยู่การหากิน โดยไม่ขืนครรลองธรรมชาติ ภูมิปัญญานี้เรียกว่า “นาขาวัง”