🍃🍀🐦🔥🌶️ อาหารที่เรากินทุกวันนี้ดูเหมือนจะขาดสมุนไพรกับเครื่องเทศไม่ได้เลย ลองนึกภาพอาหารสักจานที่มีแต่เนื้อสัตว์หรือผัก ปรุงด้วยเกลือเอาเค็มอย่างเดียวคงหมดท่า
เนิ่นนานมาแล้ว มนุษย์ไม่ได้ใช้เครื่องเทศและสมุนไพรเพียงเพื่อความอร่อย แต่ใช้เป็น “เครื่องมือ” ในการเอาชีวิตรอด มีผู้เชี่ยวชาญแบ่งประโยชน์ของเครื่องเทศและสมุนไพรเอาไว้ 3 ด้านใหญ่ ๆ คือ ถนอมอาหาร สรรพคุณทางยาเพื่อปรับสมดุลของร่างกาย และการแต่งกลิ่น-รสชาติ

ในยุคที่ไม่มีตู้เย็น เครื่องเทศที่มีฤทธิ์ต้านจุลชีพและแบคทีเรียสูง คือพวกพริกไทย กานพลู อบเชย และขิง สี่สหายนี้เป็นหัวใจสำคัญในการหมักเนื้อสัตว์เพื่อชะลอการเน่าเสีย เราคงเคยอ่านเจอว่าในยุคเรือสำเภา คนเรือจะทำเสบียงเดินทางด้วยการนำเนื้อสัตว์มาทาเกลือเม็ดหนา ๆ จนทั่ว แล้วอัดลงถังไม้โอ๊ค ตามด้วยน้ำเกลือเข้มข้นจนท่วม เกลือช่วยดึงน้ำออกจากเนื้อสัตว์ แบคทีเรียจึงไม่สามารถเจริญเติบโตได้ และแน่นอนว่าต้องระดมใส่เครื่องเทศอย่างหนัก เป็นการเสริมพลังต้านจุลชีพ ลดกลิ่นเหม็นอับของเนื้อดอง เครื่องเทศที่เลือกใช้เป็นพวกรสจัด น้ำมันหอมระเหยสูง เช่น พริกไทยเม็ด (ทั้งดำและขาว) กานพลู อบเชย ใบกระวาน ลูกจันทน์เทศ และหอม-กระเทียม จากนั้นจึงปิดถังไม้ให้แน่นหนา ไม่ให้ของข้างในสัมผัสอากาศและความชื้นจากภายนอกเลย
ถ้าหมักถูกวิธีและใส่เครื่องเทศ “ถึง” เก็บได้นานเป็นปี
🗣️ โปรติดตามตอนต่อไป 🗣️
#ล้อมวงเล่า
#กินดีคราฟท์
#เครื่องปรุงรสและของแปรรูปที่คัดสรร
#กินกี่ครั้งไม่ซ้ำเดิม
#วัตถุดิบหลากหลายตามฤดูกาล
#กินอย่างรู้ที่มา
#อาหารปลอดภัย
#วัฒนธรรมการกิน
#CraftFood